Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player



 วิสัยทัศน์
 ประวัติบริษัท ARIP
 สารจากประธานกรรมการ
 คณะกรรมการบริษัท
 คณะกรรมการบริหาร
 คณะกรรมการสรรหา
     และพิจารณาค่าตอบแทน

 โครงสร้างองค์กร
 ข้อบังคับบริษัท
 

บริษัท เออาร์ไอพี จำกัด (มหาชน) (“บริษัทฯ” หรือ “เออาร์ไอพี”) เดิมชื่อ บริษัท เอ.อาร์. อินฟอร์เมชัน แอนด์ พับลิเคชัน จำกัด ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2532 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรก 1,000,000 บาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสื่อด้านธุรกิจ การบริหารจัดการ และเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology: IT) ด้วยศักยภาพ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญของผู้บริหารของบริษัทฯ ในการเป็นผู้ผลิตเนื้อหา (Content Provider) ทั้งด้านธุรกิจ การบริหารจัดการ โดยเฉพาะด้านไอที บริษัทฯ จึงได้ใช้เนื้อหา ฐานคู่ค้าและลูกค้าจากธุรกิจสื่อดังกล่าวมาเพิ่มศักยภาพในการขยายไปยังธุรกิจการจัดงานนิทรรศการ งานแสดงสินค้า และการจัดประชุมสัมมนา รวมทั้งสื่อดิจิตอลและสื่ออื่น ได้อย่างมีประสิทธิภาพและครบวงจร พัฒนาการที่สำคัญของบริษัทฯ ที่ผ่านมา มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ปี 2532
  • ก่อตั้งบริษัทฯ ด้วยทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 10,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท โดยมีบริษัท กลุ่มแอดวานซ์ รีเสิร์ช จำกัด (“เออาร์”) ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการวิจัย และวิเคราะห์ข้อมูลทางการตลาดข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจเป็นที่ปรึกษา ธุรกิจคอลเซ็นเตอร์ และ ธุรกิจรับพัฒนาซอฟท์แวร์คอมพิวเตอร์ ถือหุ้นในอัตราร้อยละ 99 ของทุนเรียกชำระแล้วของบริษัทฯ
  • เปิดตัวนิตยสารฉบับแรก Business Computer Magazine ซึ่งเป็นนิตยสารด้านไอทีธุรกิจ เน้นการประยุกต์ใช้คอมพิวเตอร์ในเชิงธุรกิจ
ปี 2534
  • เปิดตัวนิตยสาร COMPUTER. TODAY ซึ่งเป็นนิตยสารไอทีที่อ่านง่าย สำหรับผู้บริโภคทั่วไป
ปี 2535
  • เปิดตัวนิตยสาร COMMART นิตยสารไอที ที่เน้นรายละเอียดและคำแนะนำในการเลือกซื้อสินค้าไอที (Buyer Guide)
ปี 2537
  • เพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 4,000,000 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 1,000,000 บาท เป็น 5,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 40,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อนำเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนไปใช้ในการขยายธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์
ปี 2541
  • เพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 3,000,000 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 5,000,000 บาท เป็น 8,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 30,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อนำเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนไปขยายธุรกิจออนไลน์ รวมทั้งขยายธุรกิจสิ่งพิมพ์ โดยเพิ่มการผลิตหนังสือเล่ม (Pocket Book) เพื่อจำหน่าย
  • ก่อตั้ง Thaimail.com ฟรีอีเมลล์แห่งแรกของประเทศไทย เพื่อเป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตของคนไทย จนถึงปัจจุบันมีสมาชิกที่ลงทะเบียนใช้งานจำนวนประมาณ 4,000,000 บัญชี
ปี 2542
  • ก่อตั้งบริษัท เอ.อาร์ บิซิเนส เพรส จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 5,000,000 บาท แบ่งเป็น หุ้นสามัญจำนวน 500,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 10 บาทต่อหุ้น โดยบริษัทฯ ถือหุ้นในสัดส่วนร้อยละ 99.99 เพื่อประกอบธุรกิจผลิตหนังสือเล่มทั้งด้านธุรกิจ และการบริหารจัดการ ขยายธุรกิจโดยเริ่มจัดหลักสูตร อบรม สัมมนาให้กับสถาบันการศึกษาต่างๆ ได้แก่ มหาวิทยาลัยธรรรมศาสตร์ สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจ (NIDA) มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เป็นต้น โดยใช้เนื้อหา (Content) จากสื่อต่างๆที่บริษัทฯ ผลิต
  • เปิดเว็บไซต์ www.arip.co.th ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของบริษัทฯ ที่มีการรายงานข่าวสารไอทีตลอดเวลา รวมทั้งมีการรวบรวมบทความไอทีต่างๆ เพื่อประชาสัมพันธ์นิตยสารในเครือ สร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มผู้อ่าน รวมทั้งเพิ่มช่องทางในการขายโฆษณา
ปี 2543
  • จัดงาน COMMART ครั้งแรกขึ้นที่ห้างสรรพสินค้าเสรีเซ็นเตอร์ ซึ่งเป็นเพียงการจัดกิจกรรมทางการตลาด (Event Marketing) ร่วมกับคู่ค้าเพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการของพันธมิตรตลอดจนสื่อของบริษัทฯ และสร้างความสัมพันธ์กับกลุ่มผู้อ่าน
  • จัดงานสัมมนาทางการตลาด “Kotler On e-Marketing” โดย Professor Philip Kotler ผ่านการประชุมทางจอภาพ (Video Conference)
  • ปรับปรุงเนื้อหาและเปลี่ยนชื่อนิตยสาร Business Computer Magazine เป็น Business.Com เพื่อให้สอดคล้องกับกระแสและการเติบโตของธุรกิจออนไลน์และแยกเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการประยุกต์ใช้ไอทีในองค์กร (Corporate IT) มาตีพิมพ์ในนิตยสารเล่มใหม่ “eLeader”
  • เปิดเว็บไซต์ www.thdomain.com เพื่อให้บริการจดทะเบียนชื่อโดเมนเนม
ปี 2544
  • เปลี่ยนสถานที่การจัดงานแสดงสินค้า COMMART มาที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยการจัดงานครั้งนี้เป็นงานแสดงผลิตภัณฑ์ไอทีเต็มรูปแบบ เพื่อให้ผู้ผลิต และผู้จัดจำหน่ายสินค้าไอที และอุปกรณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับไอที เช่าบูธ (Booth) เพื่อนำเสนอและจำหน่ายสินค้าของตน
  • เปิดเว็บไซต์ www.commartthailand.com เพื่อเป็นสื่อในการประชาสัมพันธ์งานแสดงสินค้าไอทีของบริษัทฯ
ปี 2545
  • ขยายการจัดงานแสดงสินค้าไอที โดยเพิ่มการจัดงาน COMMART COMTECH Thailand (คอมมาร์ต คอมเทค ไทยแลนด์) ซึ่งจะเน้นสินค้าไอทีทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์สำหรับองค์กร รวมทั้งสินค้าไอทีที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ
ปี 2546
  • เพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 50,000,000 บาท จากจำนวน 8,000,000 บาท เป็น 58,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 500,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท เพื่อเสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิม เพื่อนำเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนไปขยายการจัดงานแสดงสินค้า
ปี 2547
  • ขยายธุรกิจการจัดงานแสดงสินค้าไอทีเพิ่มเติม โดยเพิ่มการจัดงาน COMMART X’Gen Thailand (คอมมาร์ต เอ็ก-เจน ไทยแลนด์) ซึ่งจะเน้นสินค้าไอทีที่มีความแปลกใหม่และมีความทันสมัยที่เพิ่งออกสู่ตลาด
ปี 2550
  • ขยายธุรกิจการจัดงานแสดงสินค้าไอทีไปยังส่วนภูมิภาค โดยการจัดงาน COMMART Regional (คอมมาร์ต ภูมิภาค) ซึ่งประกอบด้วยงาน COMMART E-Saan (คอมมาร์ต อีสาน) ที่จังหวัดขอนแก่น และ COMMART Burapha (คอมมาร์ต บูรพา) ที่จังหวัดชลบุรี เพื่อรองรับการเติบโตของตลาดไอทีในภูมิภาคต่างๆ
  • เปิดเว็บไซต์ www.commart.co.th ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของนิตยสาร COMMART ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับคำแนะนำในการเลือกซื้อสินค้าไอทีที่มีการปรับให้ทันต่อเหตุการณ์ (Update) ตลอดเวลา โดยมีจุดมุ่งหมาย เพื่อขยายฐานผู้อ่านนิตยสาร รวมทั้งเพิ่มช่องทางในการขายโฆษณา
ปี 2551
  • จัดตั้ง www.buzzidea.tv สถานีทีวีออนไลน์ที่ให้ข่าวสาร สาระความรู้ด้านไอที ธุรกิจ การตลาด ตลอดจนวิถีชีวิตในยุคดิจิตอล
  • จากผลสำรวจความนิยมของผู้บริโภคที่มีต่อการอ่านนิตยสารเเกี่ยวกับตอมพิวเตอร์ ซึ่งจัดทำขึ้นโดยสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต นิตยสาร COMPUTER.TODAY เป็นนิตยสารคอมพิวเตอร์ที่กลุ่มตัวอย่างอ่านมากที่สุด รวมทั้งนึกถึงเป็นอันดับแรก
  • เปิดตัวนิตยสาร eEnterprise ซึ่งเป็นนิตยสารรวบรวมข้อมูลข่าวสารทางด้านการบริหารงานไอที โดยมีกลุ่มผู้อ่านเป้าหมายเป็นผู้บริหารเทคโนโลยีสารสนเทศระดับสูงของบริษัทหรือองค์กร
ปี 2552
  • ขยายธุรกิจการจัดงานแสดงสินค้าไอทีในสถาบันการศึกษา โดยใช้ชื่องานว่า COMMART Campus (คอมมาร์ต แคมปัส) โดยจัดที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราขา จังหวัดชลบุรี
  • ปรับปรุงเนื้อหาและเปลี่ยนชื่อนิตยสาร Business.com เป็น Business+ โดยปรับให้เป็นนิตยสารเชิงวิเคราะห์เศรษฐกิจ ธุรกิจ และการตลาด เพื่อขยายฐานผู้อ่านและลูกค้าโฆษณาให้มีความหลากหลายมากขึ้น
  • เปิดเว็บไซต์ www.comtodaymag.com เพื่อประชาสัมพันธ์นิตยสาร COMPUTER.TODAY และขยายฐานผู้อ่านไปยังผู้บริโภคที่รับรู้ข้อมูลข่าวสารไอทีผ่านอินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้น
  • จดทะเบียนเลิกบริษัท เอ.อาร์ บิซิเนส เพรส จำกัด เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2552
ปี 2553
  • ดำเนินการแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน และเปลี่ยนชื่อจาก บริษัท เอ.อาร์. อินฟอร์เมชัน แอนด์ พับลิเคชัน จำกัด เป็น บริษัท เอเอาร์ไอพี จำกัด (มหาชน)
  • รวมนิตยสาร eLeader และ eEnterprise เป็นฉบับเดียว เพื่อเพิ่มความเข้มข้นของเนื้อหาและตอบสนองความต้องการของผู้อ่าน
  • ดำเนินการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ โดยเออาร์ขายหุ้นที่ถือในบริษัทฯ จำนวน 545,200 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 94.00 ของหุ้นที่จำหน่ายได้ทั้งหมดของบริษัทฯ ให้กับผู้ถือหุ้นของเออาร์ ซึ่งประกอบด้วย นายมินทร์ อิงค์ธเนศ จำนวน 365,923 หุ้น บริษัท แอพซีลอน เวนเจอร์ส พีทีอี แอลทีดี (บริษัทในเครือ ของบริษัท เคพเพล เทเลคอมมูนิเคชั่น แอนด์ ทรานสปอเตชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทขนาดใหญ่ประกอบธุรกิจด้านเทเลคอมมูนิเคชั่น ในประเทศสิงคโปร์) จำนวน 173,688 หุ้น และผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ จำนวน 5,589 หุ้น ทำให้ผู้ถือหุ้นดังกล่าวถือหุ้นโดยตรงในบริษัทฯ โดยไม่ต้องถือผ่านเออาร์ ทั้งนี้เพื่อให้โครงสร้างการถือหุ้นมีความชัดเจน ไม่ซับซ้อน
  • เพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 20,000,000 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 58,000,000 บาท เป็น 78,000,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 200,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 100 บาท เสนอขายให้แก่ ผู้ถือหุ้นใหม่หลังการปรับโครงสร้าง โดยได้ดำเนินการเรียกชำระเงินเพิ่มทุนแล้วเสร็จเมื่อเดือนมิถุนายน การเพิ่มทุนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเงินไปขยายธุรกิจสื่อดิจิตอลและสื่ออื่น ทั้งในส่วนของ Thaimail Business และการทำรายการโทรทัศน์
  • เปลี่ยนแปลงมูลค่าหุ้นที่ตราไว้จากเดิมหุ้นละ 100 บาท เป็นหุ้นละ 0.25 บาท ส่งผลทำให้จำนวนหุ้นสามัญของบริษัทฯ เพิ่มจากจำนวน 780,000 หุ้น เป็น 312,000,000 หุ้น
  • เพิ่มทุนจดทะเบียนจำนวน 38,500,000 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิม 78,000,000 บาท เป็น 116,500,000 บาท โดยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวน 154,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.25 บาท ซึ่งรายละเอียดการจัดสรรเป็นดังนี้
  • หุ้นสามัญใหม่จำนวน 138,400,000 หุ้น เสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไปครั้งแรก
  • หุ้นสามัญใหม่จำนวน 15,600,000 หุ้น เพื่อรองรับการใช้สิทธิตามใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ ที่เสนอขายให้แก่กรรมการและพนักงานของบริษัทฯ โดยไม่คิดมูลค่า ทั้งนี้ กรรมการและพนักงานสามารถใช้สิทธิซื้อหุ้นสามัญของบริษัทฯ ในอัตรา 1 หน่วยใบสำคัญแสดงสิทธิต่อ 1 หุ้นสามัญ ในราคาหุ้นละ 0.25 บาท โดยใบสำคัญแสดงสิทธิมีอายุ 3 ปี
  • ขยายธุรกิจการจัดงานแสดงสินค้าไปยังเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งครอบคลุมสินค้าที่หลากหลายกว่าสินค้าไอที โดยจัดงาน CEMART (Consumer Electronics Mart) ขึ้น ในเดือนสิงหาคม 2553 เพื่อแสดงความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ (Consumer Electronics) รวมทั้งส่งเสริมและกระตุ้นการซื้อขายสินค้า
  • เปิดตัวนิตยสารฉบับใหม่ชื่อ CEMART เพื่อใช้เป็นสื่อในการให้ความรู้กับผู้บริโภคในการใช้งานและการเลือกซื้อสินค้าในกลุ่มคอนซูเมอร์ อิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งเป็นสื่อในการประชาสัมพันธ์งานแสดงสินค้าคอนซูเมอร์ อิเล็กทรอนิกส์ของบริษัทฯ
  • เปิดเว็บไซต์ www.cemartthailand.com เพื่อเป็นสื่อในการประชาสัมพันธ์งานแสดงสินค้าคอนซูเมอร์ อิเล็กทรอนิกส์ของบริษัทฯ
ปี 2554
  • พัฒนา แอพพลิเคชันบนมือถือ “Commart Check Price” เพื่อตอบสนองผู้บริโภคในการตรวจสอบราคาสินค้าไอทีภายในงานคอมมาร์ต
  • บริษัทร่วมลงทุนในบริษัท สแพลช อินเตอร์แอ็คทีฟ จำกัด จำนวน 6.4 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนถือหุ้น 40% ของทุนจดทะเบียน
  • บริษัทผลิตนิตยสาร “Computer.Today” เป็นดิจิตอลแมกกาซีนเล่มแรก และนิตยสารเล่มอื่นภายใต้การผลิตของบริษัท
ปี 2555
  • เปิดตัวหนังสือ Top Universities และ Top Insurance
  • รับบัตรส่งเสริมการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ในกิจการซอฟต์แวร์ประเภท Enterprise Software, Digital Content และ Embedded Software
ปี 2556
  • จัดงาน Thailand Top Company Award เป็นงานมอบรางวัลให้บริษัทที่มีผลประกอบการโดดเด่น
  • เริ่มดำเนินธุรกิจการผลิตรายการวิทยุโทรทัศน์ โดยร่วมผลิตรายการ “Cyber City” กับทางสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก
ปี 2557
  • เปิดตัว Data Dive บริการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคครบวงจร ตั้งแต่การเก็บข้อมูล ไปจนถึงการวิเคราะห์ และรายงานผล ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายของผู้บริโภคได้ดีที่สุด
  • เปิดใช้บริการโซเชียลมีเดีย facebook: aripFan, Twitter: ariptoday เพื่อเป็นการรวมพลังสื่อด้านไอซีทีคอนซูเมอร์ให้ครอบคลุมทุกช่องทางการเผยแพร่

ARIP Public Company Limited
99/16-20 Ratchadapisek Rd.,
Din-Daeng, Bangkok Thailand 10400


Tel : 66(0) 2642-3400
Fax : 66(0) 2641-2331

Copyright @ 2011 - 2012 ARIPPLC.COM All Rights Reserved.