นโยบายการกำกับดูแลกิจการ

การกำกับดูแลกิจการ

บริษัทกำหนดนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการดำเนินงานอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ ตามแนวทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วย 5 หมวดหลัก ดังนี้

 

หมวดที่ 1    สิทธิของผู้ถือหุ้น

  1. บริษัทตระหนักและให้ความสำคัญในสิทธิพื้นฐานต่าง ๆ ของผู้ถือหุ้น ได้แก่ สิทธิการซื้อขายหรือโอนหุ้น สิทธิในการที่จะได้รับส่วนแบ่งกำไรของกิจการ สิทธิในการได้รับข้อมูลข่าวสารของกิจการอย่างเพียงพอ สิทธิในการเข้าร่วมประชุมเพื่อใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อแต่งตั้งหรือถอดถอนกรรมการ แต่งตั้งผู้สอบบัญชี และเรื่องที่มีผลกระทบต่อบริษัท เช่น การจัดสรรเงินปันผล การกำหนดหรือการแก้ไขข้อบังคับและหนังสือบริคณห์สนธิ การลดทุนหรือเพิ่มทุน และการอนุมัติรายการพิเศษ เป็นต้น
  2. บริษัทได้ดำเนินการในเรื่องต่าง ๆ ที่เป็นการส่งเสริมการใช้สิทธิของผู้ถือหุ้น นอกเหนือจากสิทธิพื้นฐานต่าง ๆ โดยในการจัดประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทจัดให้มีการให้ข้อมูล วัน เวลา สถานที่ และวาระการประชุม ตลอดจนข้อมูลประกอบที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ต้องตัดสินใจในที่ประชุมอย่างครบถ้วน และจัดส่งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าก่อนวันประชุมอย่างน้อย 21 วัน พร้อมทั้งมีการเผยแพร่ทางเว็บไซต์ของบริษัท (http://www.aripplc.com) และเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นได้ซักถามแสดงความคิดเห็น และข้อเสนอแนะต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่และอิสระ เมื่อการประชุมแล้วเสร็จ บริษัทจะจัดทำรายงานการประชุมโดยแสดงข้อมูลอย่างถูกต้อง ครบถ้วน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นสามารถตรวจสอบได้
  3. บริษัทมีนโยบายที่จะให้คณะกรรมการบริษัทเข้าร่วมการประชุมผู้ถือหุ้นโดยพร้อมเพรียงกัน เพื่อร่วมชี้แจง หรือตอบข้อซักถามของผู้ถือหุ้นในที่ประชุม
  4. บริษัทอำนวยความสะดวกให้ผู้ถือหุ้นได้ใช้สิทธิในการเข้าร่วมประชุมและออกเสียงอย่างเต็มที่โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และละเว้นการกระทำใด ๆ ที่เป็นการจำกัดโอกาสการเข้าประชุมของผู้ถือหุ้น จัดขั้นตอนการลงทะเบียนเข้าประชุมเพื่อออกเสียงลงมติไม่ให้มีวิธีการที่ยุ่งยากและจัดหาสถานที่ในการประชุมที่มีสถานที่จอดรถ และมีรถโดยสารสาธารณะผ่าน เพื่อความสะดวกในการเข้าร่วมประชุม
  5. บริษัทให้ความสำคัญถึงสิทธิของผู้ถือหุ้น โดยไม่กระทำการใด ๆ อันเป็นการละเมิดหรือริดรอนสิทธิของผู้ถือหุ้น

หมวดที่ 2    การปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน

  1. บริษัทมีนโยบายในการปฏิบัติและคุ้มครองสิทธิของผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม โดยเพิ่มทางเลือกในการประชุมให้แก่ผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมด้วยตนเอง สามารถมอบฉันทะให้กรรมการอิสระหรือบุคคลอื่นเข้าร่วมประชุมและออกเสียงแทนผู้ถือหุ้นได้
  2. บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยสามารถเสนอเรื่องเพื่อบรรจุเข้าเป็นวาระการประชุม และเสนอชื่อบุคคล เพื่อเข้ารับการพิจารณาคัดเลือกเป็นกรรมการเป็นการล่วงหน้าในเวลาอันควร และเปิดเผยหลักเกณฑ์ในการพิจารณาบนเว็บไซต์ของบริษัท http://www.aripplc.com
  3. บริษัทเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นใช้หนังสือมอบฉันทะรูปแบบที่ผู้ถือหุ้นสามารถกำหนดทิศทางการลงคะแนนเสียงและได้เสนอชื่อกรรมการอิสระ 3 ท่าน ให้เป็นผู้รับมอบฉันทะ
  4. คณะกรรมการบริษัทดำเนินการประชุมให้เป็นไปตามข้อบังคับของบริษัทตามลำดับวาระการประชุม โดยมีการเสนอรายละเอียดในแต่ละวาระอย่างครบถ้วน พร้อมแสดงข้อมูลประกอบการพิจารณาอย่างชัดเจน รวมทั้งจะไม่เพิ่มวาระการประชุมที่ไม่มีการแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าโดยไม่จำเป็น
  5. คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดมาตรการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในโดยมิชอบ (Insider Trading) ของบุคคลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และลูกจ้าง รวมตลอดถึงคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าวที่เกี่ยวข้องกับข้อมูล รวมถึงได้กำหนดบทลงโทษเกี่ยวกับการเปิดเผยข้อมูลของบริษัท หรือนำข้อมูลของบริษัทไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนตนไว้แล้วตามนโยบายการป้องกันการนำข้อมูลภายในไปใช้ประโยชน์

หมวดที่ 3    บทบาทของผู้มีส่วนได้เสีย

บริษัทคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย โดยการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียอย่างเป็นธรรมและเคารพหลักสิทธิมนุษยชน ดังนี้

  • ผู้ถือหุ้น/ นักลงทุน : บริษัทมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจอย่างชื่อสัตย์ตรงไปตรงมาตรวจสอบได้ โดยยึดถือหลักบรรษัทภิบาลและการกำกับดูแลกิจการที่ดี เปิดเผยข้อมูลให้กับผู้ถือหุ้นและนักลงทุนรับทราบอย่างรวดเร็ว ถูกต้อง ครบถ้วน และเท่าเทียม เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้นทุกราย และพัฒนาบริษัทให้เป็นธุรกิจที่ยั่งยืน มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สามารถให้ผลตอบแทนการลงทุนที่น่าพึงพอใจในระยะยาว
  • ลูกค้า : บริษัททำการค้าด้วยความซื่อสัตย์และเป็นธรรม โดยให้ความสำคัญต่อมาตรฐานของสินค้าและบริการ มุ่งมั่นในการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ให้ได้รับผลิตภัณฑ์และบริการที่ดีมีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม โดยยกระดับมาตรฐานการบริการให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และใส่ใจในการส่งมอบสินค้าและบริการที่ได้มาตรฐานให้กับลูกค้าในราคาที่เป็นธรรม เช่น
  • เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการอย่างครบถ้วน ถูกต้อง ทันสมัย เพื่อให้ลูกค้าสามารถตัดสินใจได้ถูกต้อง รวมถึงรักษาสัมพันธภาพที่ดีและยั่งยืน
  • พัฒนาและรักษาสัมพันธภาพที่ยั่งยืนกับคู่ค้าและคู่สัญญา และมีความเชื่อถือซึ่งกันและกัน
  • คู่ค้า : บริษัทมีหลักเกณฑ์การคัดเลือกคู่ค้าอย่างชัดเจน และดำเนินธุรกิจกับคู่ค้าอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ ข้อตกลงหรือสัญญาต้องตั้งอยู่บนความยุติธรรมและมุ่งสู่ความสำเร็จในการทำธุรกิจร่วมกันบนสัมพันธภาพที่ดีอย่างต่อเนื่องและยาวนาน บริษัทจัดให้มีกระบวนการจัดซื้อจัดหาสินค้าและบริการตามระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างของบริษัทอย่างเคร่งครัด โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีประสิทธิภาพ
  • คู่แข่ง : บริษัทยึดหลักการดำเนินธุรกิจอย่างเสรีและส่งเสริมการค้าเสรี ประพฤติตามกรอบกติกาการแข่งขันที่ดี ตามที่กฎหมายกำหนด และจรรยาบรรณทางธุรกิจ รักษาบรรทัดฐานของข้อพึงปฏิบัติในการแข่งขัน และหลีกเลี่ยงวิธีการไม่สุจริตเพื่อทำลายคู่แข่ง
  • เจ้าหนี้ : บริษัทปฏิบัติตามสัญญาและข้อตกลงที่มีต่อเจ้าหนี้การค้าและสถาบันการเงินอย่างสุจริตและเคร่งครัดทุกรายตามเงื่อนไขข้อกำหนดของสัญญา ตลอดจนไม่ปกปิดข้อมูลหรือข้อเท็จจริง อันจะทำให้เจ้าหนี้เกิดความเสียหาย และหากมีเหตุอันจะทำให้ไม่สามารถปฏิบัติตามข้อผูกพันในสัญญา บริษัทจะแจ้งเจ้าหนี้ล่วงหน้า เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน
  • พนักงาน : บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของพนักงานทุกคนในบริษัท ซึ่งจะมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนให้บริษัทสามารถพัฒนาการดำเนินธุรกิจต่อไปในอนาคต บริษัทจึงมุ่งเน้นในการพัฒนาศักยภาพ ความรู้ความสามารถ และทักษะของพนักงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการประเมินผลการปฏิบัติงานของพนักงาน การเลื่อนระดับ การกำหนดค่าตอบแทนและสวัสดิการแก่พนักงานทุกระดับอย่างเป็นธรรม
  • ชุมชนและสังคม : บริษัทให้ความสำคัญในการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมของชุมชนโดยรอบที่ตั้งสำนักงานของบริษัท รวมทั้งให้พนักงานร่วมงานจิตอาสา ในงานกิจกรรมเพื่อส่งเสริมสังคม
  • ด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัยและอาชีวอนามัย : บริษัทเชื่อมั่นว่า ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยเป็นความรับผิดชอบพื้นฐานของบริษัท จึงกำหนดนโยบายที่จะให้พนักงานปฏิบัติงานอย่างปลอดภัยและเป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

หมวดที่ 4    การเปิดเผยข้อมูลและความโปร่งใส

  1. คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญต่อการเปิดเผยข้อมูลอย่างถูกต้อง ครบถ้วน และโปร่งใส ทั้งรายงานข้อมูลทางการเงินและข้อมูลทั่วไป ตามหลักเกณฑ์ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ตลอดจนข้อมูลที่สำคัญที่มีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์ของบริษัท กระบวนการตัดสินใจของผู้ลงทุนและผู้มีส่วนได้เสียของบริษัท เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับบริษัททั้งหมดได้รับทราบข้อมูลอย่างเท่าเทียมกัน โดยทำการเผยแพร่ข้อมูลสารสนเทศของบริษัทต่อผู้ถือหุ้น และสาธารณชนผ่านช่องทางและสื่อการเผยแพร่ข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ และเว็บไซต์ของบริษัท รวมทั้งเปิดเผยข้อมูลทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  2. คณะกรรมการบริษัทตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อรายงานงบการเงินที่มีข้อมูลถูกต้อง ครบถ้วน เป็นจริง และสมเหตุสมผล งบการเงินของบริษัทจัดทำขึ้นตามมาตรฐานการบัญชีที่รับรองทั่วไป โดยเลือกใช้นโยบายบัญชีที่เหมาะสม และถือปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ และใช้ดุลยพินิจอย่างระมัดระวัง รวมทั้งมีการเปิดเผยข้อมูลอย่างเพียงพอในหมายเหตุประกอบงบการเงิน
  3. บริษัทได้แสดงรายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการต่อรายงานทางการเงินควบคู่กับรายงานของผู้สอบบัญชีไว้ในแบบแสดงรายงานประจำปี (56-1) และรายงานประจำปี (56-2) และได้มีการเปิดเผยบทบาทและหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการตรวจสอบ และคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน จำนวนครั้งของการประชุมและจำนวนครั้งที่กรรมการแต่ละท่านเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทในปีที่ผ่านมา รวมทั้งจัดให้มีหน่วยงานที่ให้ข้อมูลสารสนเทศและสื่อสารกับผู้ถือหุ้น นักลงทุน ตลอดจนนักวิเคราะห์หลักทรัพย์
  4. บริษัทได้เปิดเผยข้อมูลรายการระหว่างกัน และรายการซื้อขายหุ้น/ถือครองหลักทรัพย์ของบริษัทให้ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทรับทราบ กรรมการ และ/หรือผู้บริหารระดับสูง มีการเปิดเผยอย่างถูกต้องตามข้อกำหนดของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยในการประชุมคณะกรรมการบริษัททุกไตรมาส คณะกรรมการและผู้บริหารได้มีการยื่นเรื่องแจ้งการเปลี่ยนแปลงข้อมูลตามแบบแจ้งรายงานการมีส่วนได้เสียของคณะกรรมการและผู้บริหาร และรายงานการถือครองหลักทรัพย์ของกรรมการและผู้บริหารให้ที่ประชุมรับทราบ
  5. บริษัทกำหนดนโยบายให้กรรมการและผู้บริหารระดับสูงแจ้งการซื้อขายหุ้นของบริษัทล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วันต่อเลขานุการบริษัท

หมวดที่ 5    ความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

     1. โครงสร้างคณะกรรมการ

โครงสร้างคณะกรรมการบริษัท ประกอบด้วยกรรมการอิสระอย่างน้อย 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งคณะ ปัจจุบันบริษัทมีกรรมการทั้งสิ้นจำนวน 8 ท่าน แบ่งเป็นกรรมการที่เป็นผู้บริหารจำนวน 2 ท่าน และกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารจำนวน 6 ท่าน (รวมประธานกรรมการบริษัท) ซึ่งรวมกรรมการอิสระจำนวน 4 ท่าน โครงสร้างกรรมการดังกล่าวจะทำให้เกิดการถ่วงดุลในการออกเสียงเพื่อพิจารณาในเรื่องต่าง ๆ นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทยังได้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อย เพื่อช่วยในการกำกับดูแลกิจการของบริษัท ดังนี้

1.1  คณะกรรมการบริหาร ประกอบด้วย กรรมการบริหารทั้งสิ้น 6 ท่าน โดยคณะกรรมการบริหารจะเป็นผู้กำหนดแนวทางและกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจให้เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดโดยคณะกรรมการบริษัทและเพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างคล่องตัว

1.2  คณะกรรมการตรวจสอบ ประกอบด้วย กรรมการอิสระทั้งสิ้น 3 ท่าน เพื่อปฏิบัติหน้าที่เฉพาะเรื่อง และเสนอเรื่องให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาและรับทราบ ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบมีสิทธิหน้าที่ตามที่ได้กำหนดไว้ในอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ ทั้งนี้ กรรมการตรวจสอบอย่างน้อย 1 ท่าน จะต้องมีความรู้และประสบการณ์ด้านบัญชีและการเงินเพียงพอที่จะสามารถทำหน้าที่ในการสอบทานความน่าเชื่อถือของงบการเงินของบริษัทได้

1.3 คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน ประกอบด้วยกรรมการและผู้บริหารทั้งสิ้น 3 ท่าน โดยกรรมการมากกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดจะต้องเป็นกรรมการอิสระ ปฏิบัติหน้าที่ในการกำหนดหลักเกณฑ์ และนโยบายในการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทนกรรมการบริษัทและกรรมการชุดย่อย รวมทั้งสรรหา คัดเลือก และเสนอบุคคลที่เหมาะสมในการดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท และกำหนดค่าตอบแทนสำหรับกรรมการบริษัท และกรรมการชุดย่อย ตลอดจนปฏิบัติงานด้านอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย และนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท และ/หรือที่ประชุมผู้ถือหุ้นแล้วแต่กรณี

นอกจากนี้ บริษัทมีนโยบายในการแบ่งแยกตำแหน่งประธานกรรมการ ประธานกรรมการบริหาร และผู้จัดการใหญ่ให้เป็นคนละบุคคลกัน เพื่อป้องกันมิให้บุคคลใดมีอำนาจเบ็ดเสร็จในเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ โดยคณะกรรมการบริษัทจะเป็นผู้กำหนดอำนาจหน้าที่ พร้อมทั้งคัดเลือกบุคคล เพื่อเข้าดำรงตำแหน่งดังกล่าว และมีการกำหนดนโยบาย ผู้บริหารสูงสุด (CEO) ขององค์กรจะไม่สามารถดำรงตำแหน่งกรรมการที่บริษัทอื่น ยกเว้นบริษัทย่อยหรือบริษัทอื่นที่คณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติ

  1. บทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของคณะกรรมการ

อ้างอิงจากหัวข้อ ขอบเขต อำนาจ หน้าที่และความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท ภายใต้หัวข้อ “โครงสร้างการจัดการ”

  1. วาระการดำรงตำแหน่ง

ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปีทุกครั้ง บริษัทจะมีการเสนอชื่อกรรมการบริษัทที่ออกจากตำแหน่งตามวาระ 1 ใน 3 ของกรรมการ โดยกรรมการที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดนั้น เป็นผู้ออกจากตำแหน่ง กรรมการที่ออกตามวาระนั้น อาจถูกเลือกเข้ามาดำรงตำแหน่งใหม่ก็ได้

กรรมการตรวจสอบมีวาระดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี โดยกรรมการตรวจสอบที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระ อาจได้รับการแต่งตั้งใหม่อีกได้ การลาออกของกรรมการตรวจสอบให้ยื่นใบลาต่อประธานกรรมการบริษัทล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยคณะกรรมการบริษัทเป็นผู้อนุมัติ พร้อมส่งสำเนาหนังสือลาออกให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทราบ

กรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนมีวาระดำรงตำแหน่งเทียบเท่ากับคณะกรรมการตรวจสอบในกรณีที่ตำแหน่งกรรมการว่างลงเพราะเหตุอื่น นอกจากถึงคราวออกตามวาระ ให้คณะกรรมการบริษัทแต่งตั้งบุคคลที่มีคุณสมบัติครบถ้วน ทดแทนบุคคลที่ลาออกโดยบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งจะอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่าวาระที่ยังเหลืออยู่ของกรรมการที่ตนแทน พร้อมแจ้งให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทราบ

     4. การประชุมคณะกรรมการ

บริษัทมีนโยบายให้คณะกรรมการบริษัทมีการประชุมคณะกรรมการอย่างน้อย 3 เดือนต่อครั้ง โดยมีการกำหนดตารางการประชุมล่วงหน้าทุกปี และอาจมีการประชุมพิเศษเพิ่มเติมตามความจำเป็น โดยการประชุมแต่ละครั้งได้มีการกำหนดวาระในการประชุมอย่างชัดเจน และมีการส่งหนังสือนัดประชุมพร้อมรายละเอียดล่วงหน้า 7 วัน เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทได้มีเวลาศึกษาข้อมูลอย่างเพียงพอก่อนเข้าร่วมประชุม รวมทั้ง ได้มีการจดบันทึกรายงานการประชุมเป็นลายลักษณ์อักษร และจัดเก็บรายงานการประชุมที่ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการบริษัท พร้อมให้คณะกรรมการบริษัทและผู้ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบได้

การประชุมคณะกรรมการตรวจสอบให้มีการประชุมคณะกรรมการตรวจสอบอย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง เพื่อพิจารณางบการเงินรายไตรมาส และเรื่องอื่น ๆ ตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ ประธานกรรมการตรวจสอบอาจเรียกประชุมเป็นกรณีพิเศษ เพื่อพิจารณาเรื่องจำเป็นเร่งด่วนอื่น ๆ ตามแต่จะเห็นสมควร     โดยประธานกรรมการตรวจสอบจะจัดส่งหนังสือนัดประชุมไปยังกรรมการตรวจสอบไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนวันประชุม เว้นแต่ในกรณีจำเป็นเร่งด่วนจะแจ้งการนัดประชุมโดยวิธีอื่น หรือกำหนดวันประชุมให้เร็วกว่านั้นก็ได้ และกำหนดให้ประธานกรรมการตรวจสอบเป็นผู้รายงานผลการประชุมต่อที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทในคราวถัดไปเพื่อทราบทุกครั้ง

การประชุมคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน ให้มีการประชุมคณะกรรมการอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อพิจารณาสรรหา คัดเลือก และเสนอบุคคลที่เหมาะสมให้ดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท  พร้อมกำหนดค่าตอบแทนสำหรับกรรมการบริษัท ตลอดจนปฏิบัติงานด้านอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย    และนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัทในคราวถัดไปเพื่อทราบทุกครั้ง

ในการประชุมคณะกรรมการทุกชุด จำนวนองค์ประชุมขั้นต่ำในขณะที่คณะกรรมการจะลงมติในที่ประชุมคณะกรรมการ จะต้องมีกรรมการอยู่ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด

ในปี 2560 บริษัทได้มีการจัดประชุมคณะกรรมการบริษัทจำนวน 4 ครั้ง รวมการจัดประชุมโดยไม่มีผ่ายจัดการเข้าร่วมประชุม ประชุมคณะกรรมการตรวจสอบจำนวน 4 ครั้ง รวมการจัดประชุมคณะกรรมการตรวจสอบและผู้สอบบัญชีภายนอก โดยไม่มีฝ่ายจัดการเข้าร่วมประชุม และประชุมคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนจำนวน 2 ครั้ง

  1. ค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหาร

บริษัทมีการกำหนดค่าตอบแทนกรรมการและผู้บริหารในระดับที่เหมาะสม และเป็นอัตราที่เพียงพอสำหรับการรักษากรรมการและผู้บริหารที่มีคุณภาพไว้ โดยไม่มีการจ่ายค่าตอบแทนที่มากเกินควร และอยู่ในระดับที่สามารถเทียบเคียงได้กับบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน ปัจจัยที่จะนำมาพิจารณา ประกอบด้วย การประเมินผลงาน ประสบการณ์ ภาระหน้าที่ ขอบเขตของบทบาทและความรับผิดชอบ ทั้งนี้ การจ่ายค่าตอบแทนของกรรมการจะต้องผ่านการพิจารณาอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท ในส่วนของค่าตอบแทนของผู้บริหารจะเป็นไปตามหลักการและนโยบายที่คณะกรรมการบริษัทกำหนดไว้ ซึ่งจะพิจารณาจากภาระหน้าที่และความรับผิดชอบผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารแต่ละท่าน ประกอบกับผลการดำเนินงานของบริษัท

  1. การอบรมและพัฒนาความรู้กรรมการบริษัท

กรรมการบริษัทที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่แต่ละท่านจะได้รับทราบข้อมูลของบริษัท กฎระเบียบ และข้อมูลธุรกิจของบริษัทที่เกี่ยวข้องอย่างเพียงพอก่อนปฏิบัติหน้าที่ และกรรมการจะได้รับการอบรมและพัฒนาความรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้กรรมการบริษัทสามารถทำหน้าที่และกำกับดูแลกิจการของบริษัทอย่างมีประสิทธิภาพ

บริษัทได้มีการดำเนินการให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยให้ความสำคัญของการเพิ่มพูนความรู้และพัฒนาตนเองของคณะกรรมการบริษัท

  1. การประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปี

7.1  การประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัท

คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้คณะกรรมการประเมินการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัททั้งคณะด้วยตนเอง (Board Self-Assessment) ตามแบบประเมินตนเองของกรรมการอย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อให้คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาทบทวนผลงาน ปัญหา และอุปสรรคต่าง ๆ ในระหว่างปีที่ผ่านมา  โดยบริษัทได้ส่งแบบประเมินให้กรรมการทุกท่านในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เพื่อทำการประเมินและส่งให้เลขานุการบริษัทเพื่อรวบรวมผลการประเมิน

7.2  การประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้จัดการใหญ่ (CEO)

คณะกรรมการบริษัทเป็นผู้ประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้จัดการใหญ่ (CEO) รายบุคคล ตามแบบประเมินผลงานของ CEO อย่างน้อยปีละครั้ง เพื่อประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้จัดการใหญ่ในระหว่างปีที่ผ่านมา โดยบริษัทได้ส่งแบบประเมินให้กรรมการทุกท่านในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เพื่อให้คณะกรรมการประเมินและส่งให้เลขานุการบริษัทเพื่อรวบรวมผลการประเมิน